การทดลองใช้เว็บโฮสติ้งก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนที่เราจะเลือกใช้บริการเว็บโฮสติ้งของเจ้าใดเจ้าหนึ่ง ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรทำนั่นก็คือควรทดลองใช้งานเว็บโฮสติ้งนั้นก่อนการตกลงเช่าเว็บโฮสติ้งกับผู้ให้บริการเจ้านั้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เราควรทดลองใช้บริการก็มีดังนี้ครับ

สาเหตุที่เราควรทดลองใช้บริการเว็บโฮสติ้งก่อนตัดสินใจซื้อ

1.เพื่อทดสอบสคริปเว็บ
ก่อนที่เราจะตกลงเช่าเว็บโฮสติ้งนั้นเราควรมั่นใจว่าเว็บโฮสติ้งที่เรากำลังเช่าอยู่นั้นสามารถทำงานได้ถูกต้อง กับสคริปเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากแต่ละเว็บโฮสติ้งนั้นมีการเปิดใช้ Server Service ที่แตกต่างกันไป ถ้าหากเราไปเรียกใช้ Service ที่เว็บโฮสติ้งปิดใช้งานอยู่ก็จะทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นทำงานผิดพลาดได้ และเป็นการทดสอบทั้งระบบ Database ระบบแปลงภาษา PHP เพราะบางครั้งเว็บโฮสติ้งก็อาจมีการอัพเกรดเวอร์ชันของภาษา PHP ทำให้การเรียกใช้ฟังก์ชันเก่าของ PHP อาจมีปัญหาได้

2.เพื่อทดสอบความเร็ว
การที่เราได้ทดลองใช้งานเว็บโฮสติ้งก่อนนั้นก็ช่วยให้เราสามารถทดสอบความเร็วของการประมวลผลเว็บไซต์ของเราได้ ทั้งการทดสอบประสิทธิภาพด้านความเร็วของ Database ด้านความเร็วของ Network และความเสถียรของการให้บริการ เพื่อให้แน่ใจว่าเว็บโฮสติ้งที่จะเช่าใช้งานนั้นมีความเร็วและความเสถียรไม่ล่มบ่อยในระดับที่สามารถยอมรับได้

3.เพื่อทดสอบการซัพพอร์ตลูกค้า
เนื่องจากในระหว่างที่เราทดสอบใช้บริการเว็บโฮสติ้งนั้น เราก็อาจพบปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นจริงเมื่อเราเช่าเว็บโฮสติ้งแล้ว การติดต่อไปที่ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งจึงเกิดขึ้น เราสามารถดูและตัดสินใจได้เลยว่าผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งเจ้านี้ให้การช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่เราในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่

4.เพื่อฝึกการใช้งานกับเครื่องมือควบคุมเว็บโฮสติ้ง
เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งแต่ละเจ้านั้นก็มีการใช้ชุดเครื่องมือควบคุมเว็บโฮสติ้งที่แตกต่างกันไป การทดลองใช้บริการเว็บโฮสติ้งก่อนนั้นทำให้เราได้มีโอกาสได้ศึกษาและฝึกการใช้งานเครื่องมือควบคุมเหล่านั้นให้คล่อง ซึ่งเครื่องมือควบคุมเว็บโฮสติ้งที่นิยมกันในปัจจุบันนั้นมีอยู่ 2 แบบก็คือ

(1) Direct Admin หรือที่เรียกสั้นๆว่า DA

Direct Admin

Direct Admin

(2) CPanel

Cpanel

Cpanel

5.เพื่อให้เห็นถึงขีดจำกัดในการใช้ทรัพยากรต่างๆตามแพคเกจที่จะซื้อได้อย่างชัดเจน
เมื่อเราได้ทดลองใช้งานเว็บโฮสติ้งจริงก่อนการเช่าเว็บโฮสติ้งนั้น จะทำให้เราได้เห็นถึงการจำกัดในด้านต่างๆของเว็บโฮสติ้งตามแต่ละแพคเกจอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเลือกซื้อแพคเกจใด จึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของเว็บเรา

6.เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกเช่าเว็บโฮสติ้ง
หลังจากที่เราได้ทดลองใช้บริการและได้เห็นถึงประสิทธิภาพและการบริการลูกค้าแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าสมควรตัดสินใจเช่าใช้งานเว็บโฮสติ้งกับผู้ให้บริการเจ้านี้ต่อหรือไม่

ในปัจจุบัน มีเว็บโฮสติ้งจำนวนไม่น้อยที่เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปทดลองใช้งานฟรีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ดังนี้แล้วเราก็ก็อย่าลืมใช้สิทธิ์ตรงนี้ให้คุ้มกันด้วยนะครับ เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายและไม่ผิดพลาด สำหรับวันนี้คงต้องลาทุกท่านไปก่อนสวัสดีครับ

การตั้งชื่อเว็บไซต์

การตั้งชื่อเว็บ (หรือการตั้งชื่อโดเมน) นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ การตั้งชื่อเว็บที่ดีจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจดจำโดเมนของเราได้ง่ายครับ ซึ่งก่อนที่เราจะเข้าสู่เทคนิคในการตั้งชื่อเว็บไซต์ เราก็จะต้องมาดูกันก่อนนะครับว่า กฎเกณฑ์ในการตั้งชื่อโดเมนเนม หรือชื่อเว็บไซต์นั้นมีอะไรบ้าง

การตั้งชื่อเว็บ

การตั้งชื่อเว็บ

กฎเกณฑ์ในการตั้งชื่อโดเมนเนม มีดังนี้
1.เราสามารถตั้งชื่อโดเมนเนมได้ยาวสูงสุด 63 ตัวอักษร (ไม่แนะนำให้ตั้งชื่อยาวขนาดนั้นนะครับ)
2.สามารถใช้เครื่องหมายขีด(-)ในชื่อโดเมนได้ แต่ห้ามใช้เครื่องหมายขีด(-)นำหน้าชื่อโดเมน เช่น i-loveyou.com แบบนี้ได้ครับ แต่ -iloveyou.com แบบนี้ตั้งไม่ได้นะครับ
3.ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษครับ จะใช้เป็นตัวพิมพ์เล็กหรือตัวพิมพ์ใหญ่ก็ได้ครับไม่ต่างกัน
4.สามารถใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมรวมกับตัวเลขอารบิค(0-9)และเครื่องหมายขีด(-)ได้ครับ
5.ห้ามเว้นวรรคในชื่อโดเมน

 

ครับ หลังจากที่เราได้รู้กันแล้วนะครับว่ากฎเกณฑ์หลักๆในการตั้งชื่อโดเมนนั้นมีอะไรบ้างในส่วนต่อไปเราก็มาดูเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนกันเลยครับ

เทคนิคในการตั้งชื่อเว็บไซต์ มีดังนี้
1.ใช้ชื่อโดเมนที่สั้น การเลือกใช้ชื่อโดเมนที่สั้นๆนั้นจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจดจำเว็บไซต์ของเราได้ง่าย รวมถึงการบอกต่อ การอ้างอิง ยกตัวอย่างเช่น เราอาจเคยเจอปัญหาที่ว่าเมื่อวานไปเจอเว็บไซต์มาเว็บนึง เป็นเว็บที่มีเนื่้อหาดีมากๆเลย และอยากจะบอกต่อกับเพื่อนๆ แต่ดันจำชื่อเว็บไซต์นั้นไม่ได้เพราะชื่อเว็บไซต์ยาวเกินไป หรืออีกตัวอย่างนึงง่ายๆ
A:แกๆ เมื่อวานนะชั้นไปเจอเว็บมาเว็บนึง เป็นเว็บที่น่าสนใจมาก มีสอนวิธีแต่งหน้าทำผมเยอะแยะเต็มไปหมด
B:เหรอๆ น่าสนใจดีอ่ะ ว่าแต่มันชื่อเว็บอะไรเหรอ ชั้นจะได้เข้าไปดูบ้าง
A:อ๋อๆ ชื่อเว็บเหรอ ยาวหน่อยนะ แต่ชั้นจดมาให้แกแล้วหล่ะ นี่ไง www.thailandwomengotprettychallenge-101-award.com
B:O_O” !!@#$$(%$ เว็บอะไรเนี่ยชื่อเว็บยากจริงๆ ชั้นคงจะจำได้อยู่หรอก

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าเราพลาดโอกาสที่จะมีผู้เข้าชมเว็บไปอย่างน่าเสียดายทั้งๆที่เนื้อหาในเว็บไซต์เราดีครับ

2.สะกดง่าย เลือกใช้คำที่สะกดได้ง่ายหรือเป็นคำทั่วไปที่รู้จักโดยทั่วกัน เช่น car, football, travel และหลีกเลี่ยงการใช้อักษร s, h, 0, o เนื่องจากอาจทำให้เกิดการจำสับสนได้

3.หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องขีด(-)ในชื่อโดเมน เนื่องจากอาจทำให้ยากต่อการจดจำได้ แต่ก็สามารถใช้ได้ในกรณีที่แบ่งคำแล้วช่วยลดการสับสนในการอ่านได้

4.หากใช้ชื่อโดเมนยาวควรเลือกใช้คำที่สะกดได้ง่าย หรือสื่อถึงตัวเว็บโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงจากการสะกดชื่อโดเมนผิด เช่น www.Thailandcar2hand.com, Thaimusicstation.com ชื่อเหล่านี้ถึงแม้จะดูว่ายาวแต่ก็เป็นคำที่ใช้กันอยู่บ่อยๆ สะกดได้ไม่ยาก

5.หากเป็นบริษัทหรือเจ้าของกิจการ ควรใช้เป็นชื่อของบริษัทเองเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของท่าน

6.เลือกใช้ชื่อที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ให้หลีกเลี่ยงการใช้คำที่ดูแล้วสื่อไปถึงการล้อเล่นหรือการทดสอบ เช่น www.tinktong.com, www.test002.com, www.carmarketnaja.com เป็นต้น

7.เลือกใช้ชื่อโดเมนที่สื่อถึงสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เมื่อมีคนเห็นชื่อโดเมนของเราก็สามรถเข้าใจได้ทันทีว่าให้บริการเกี่ยวกับอะไร เช่น www.carloverclub.com ผู้ใช้งานเมื่อเห็นหรือได้ฟังชื่อโดเมนครั้งแรกก็อาจคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นเว็บไซต์ที่ทำขึ้นมาสำหรับคนรักรถยนต์ เป็นต้น

8.ใช้โดเมนที่มีคีย์เวิร์ดแทรกอยู่ในชื่อโดเมน การเลือกใช้ชื่อโดเมนที่มีคียเวิร์ด(คำสำหรับการค้นหา)ประกอบในชื่อโดเมนจะช่วยให้ เมื่อผู้ใช้งานค้นหาเว็บไซต์ผ่านทางเครื่องมือค้นหาอย่าง google.co.th หรือ yahoo.com ก็จะทำให้หาเว็บไซต์เราได้ง่ายมากขึ้น เช่นชื่อโดเมน www.wareepostcard.com เมื่อผู้ใช้ค้นคำว่า postcard ก็จะทำให้เว็บไซต์เรามีโอกาสขึ้นมาในลำดับแรกๆก่อนเว็บไซต์อื่นได้

9.ใช้ชื่อที่ไม่มีความหมาย หาเลือกใช้ชื่อที่ไม่มีความหมายก็ควรเลือกใช้ชื่อที่สะกดได้ง่าย เช่น www.google.com, www.ebay.com, www.mthai.com

10.ไม่ควรตั้งคล้ายโดเมนที่มีอยู่แล้ว หรือชื่อพ้องกับเว็บไซต์ดังๆ เนื่องจากจะลดความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์เรา เหมือนว่าเราไปลอกเว็บไซต์ของเขามา ทำให้ขาดความเป็นเอกลักษณ์ของเว็บ ผู้ใช้งานจดจำชื่อโดเมนได้ยากเนื่องจากสับสนกับอีกเว็บไซต์ที่ดังกว่า ชื่อโดเมนนี้ไม่ควรเหมือนหรือคล้ายทั้งการสะกดและการออกเสียงเช่น www.sanoook.com, www.aimthai.com, www.sanooks.com เป็นต้น

11.ไม่ควรใช้เลขต่อท้ายโดเมนไปเรื่อยๆ เช่น www.sanook.com ไม่ว่างให้จดโดเมน เราก็ไม่ควรจด www.sanook2.com เป็นต้น

12.จดโดเมนไว้หลายแบบ หากเลือกใช้ชื่อโดเมนเป็นคำที่สะกดได้หลายแบบ มีโอกาสสะกดผิดได้ก็ให้จดโดเมนไว้หลายๆชื่อที่ใกล้เคียงกัน เช่น www.lnwshop.com, www.inwshop.com, www.narak.com, www.naruk.com เป็นต้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานที่พิมพ์หรือจำชื่อโดเมนของเราผิด สามารถเข้าเว็บไซต์ของเราได้อย่างปกติ แต่ทั้งนี้ควรมีป้ายเตือนก่อนที่จะส่งผู้ใช้ไปยังเว็บหลักที่มีชื่อถูกต้อง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้จดจำและเข้าสู่เว็บหลักโดยตรง

13.จดโดเมนไว้หลายสกุล หากเว็บของเราเป็นเว็บไซต์บริษัท หรือเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงเราก็ควรจดโดเมนไว้หลายสกุลครับ เพื่อป้องกันชื่อเสียงของบริษัทไว้ เช่น www.microsoft.com, www.microsoft.net, www.microsoft.info เป็นต้นครับ

เทคนิคในการตั้งชื่อเว็บไซต์ที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจดจำชื่อของโดเมนเราได้ง่าย บอกต่อคนอื่นได้ง่าย อ้างอิงได้ง่าย ซึ่งมีส่วนช่วยในการแพร่กระจายเว็บให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราได้ครับ เมื่อมีคนเข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก ก็สามารถเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า หรือป้ายโฆษณา ได้ครับ ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจนะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ :)

ลืมpassword เข้า web hosting ทำอย่างไรดี?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมคิดว่าเพื่อนคงเคยมีประสบการณ์ในการลืมพาสเวิร์ดในการเข้าใช้เว็บโฮสติ้งกันมาบ้างนะครับ วันนี้เราจะมาดูวิธีแก้ปัญหาการลืมพาสเวิร์ดนี้กันครับ

ลืมpasswordเข้าเว็บโฮสติ้ง

ลืมpasswordเข้าเว็บโฮสติ้ง

รหัสผ่านหรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า พาสเวิร์ด(Password) นั้นหมายถึง คำหรือกลุ่มตัวอักษรที่ใช้ในการยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของและมีสิทธิ์เข้าใช้งานใน accountนั้น จากความสำคัญตรงนี้เองที่ทำให้เกิดปัญหาเป็นอย่างมากเมื่อเราลืมพาสเวิร์ด เพราะจะทำให้เราไม่สามารถloginเข้าสู่ระบบจัดการของเว็บโฮสติ้งได้เลย ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวมีดังนี้
วิธีแก้ไขเมื่อลืมพาสเวิร์ดเข้าเว็บโฮสติ้ง
1.ให้ลองพยายานึกพาสเวิร์ดที่ใช้บ่อยมากสัก3พาสเวิร์ด แล้วลองloginเข้าสู่ระบบดูสัก 3 ครั้ง
2.หากลองloginเข้าสู่ระบบถึง 3 ครั้งแล้วแต่ยังไม่สารถเข้าสู่ระบบได้ให้หยุดการเดาพาสเวิร์ดเนื่องจากระบบอาจทำการล็อคบัญชีของท่านได้(เป็นเรื่องของความปลอดภัยที่ต้องมีไว้เพื่อป้องการการแฮคบัญชี)
3.ให้กดไปที่ Forget Password หรือ ปุ่มลืมรหัสผ่านจากนั้นจะมีช่องให้กรอกอีเมล์ที่เราใช้สมัครเว็บโฮสติ้งไป
4.เข้าไปเช็คที่อีเมล์ที่เลือกไว้แล้วกดรีเซตรหัสผ่าน ระบบจะให้เพื่อนๆทำการตั้งรหัสผ่านใหม่อีกครั้ง ให้กรอกรหัสผ่านที่ต้องการให้เหมือนกันทั้งสองช่อง จากนั้นกดที่ปุ่ม change password หรือเปลี่ยนรหัสผ่าน
5.ควรบันทึกรหัสผ่านไว้สักแห่งเพื่อป้องกันปัญหาการลืม(ต้องแน่ใจว่าไม่มีใครเห็น)
6.แต่หากท่านลืมหมดสิ้นทั้งชื่อบัญชี รหัสผ่าน และอีเมล์ ผมก็แนะนำให้ติดต่อเจ้าของโฮสติ้งที่ใช้บริการอยู่ แต่ผมอยากให้วิธีการติดต่อกับเจ้าของเว็บโฮสติ้งนี้เป็นวิธีสุดท้ายเนื่องจากเราก็ต้องเห็นใจเจ้าของเว็บโฮสติ้งด้วยว่าจะต้องคอยให้บริการกับลูกค้าหลายๆคน อะไรที่เราสามารถใช้งานระบบช่วยเหลือได้ก็ใช้งานเถอะครับ ดีไม่ดีสามารถกู้คืนรหัสผ่านได้ไวกว่าติดต่อเจ้าของโฮสติ้งซะอีก สำหรับบทความนี้คงต้องไปเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

web hosting

web hosting เว็บโฮสติ้งหรือที่เราเรียกกันติดปากสั้นๆว่า “โฮส” นั้นหมายถึง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการประมวลผลเว็บไซต์ต่างๆที่ถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาของฝั่งเซิร์ฟเวอร์(server side script) ตัวอย่างเช่น ภาษาPHP ภาษาASP.NET ภาษาJSP และ ภาษาVB.NET เป็นต้น โดยหน้าที่หลักของ web hosting นั้นจะทำการแปลงความหมายของcodeที่เขียนก่อนที่จะส่งไปแสดงผลในฝั่งของผู้ใช้งาน

web hosting

web hosting

ลักษณะโดยทั่วไปของ web hosting

1.)รูปแบบ Operating System
โดยทั่วไปนั้นเราจะแบ่ง web hostingออกเป็น 2 ประเภทเพื่อให้ง่าย

ต่อการจดจำ เราจะใช้ระบบปฏิบัติการ(Operting System)เป็นตัวระบุว่าเป็น web hosting ชนิดใด ซึ่งเราจะระบุได้ดังนี้
1. Windows web hosting คือโฮสที่รันโดยใช้ Microsoft Windows Server OS เป็นหลัก
2. Linux web hosting คือโฮสที่รันโดยใช้ Linux OS เป็นหลัก
เว็บโฮสติ้งทั้งสองแบบนี้จะมีคุณสมบัติที่ต่างกันคือ windows web hosting นั้นสามารถประมวลผลเว็บไซต์ที่ถูกเขียนขึ้นโดยภาษา ASP.NET JSP และ PHP ได้ ในขณะที่ Linux web hostingนั้นสามารถประมวลผลได้เพียงภาษา PHP โดยราคาในการเช่าโฮสติ้งทั้งสองรูปแบบนี้โฮสติ้งที่ใช้ OS ของ Windows จะมีราคาแพงกว่า

2.)ปริมาณความจุของฮาร์ดดิสก์
การวัดความจุของฮาร์ดดิสก์ของ web hosting นั้นจะใช้หน่วยเรียกแบบเดียวกันกับฮาร์ดดิสก์ในเครื่อง PC โดยมีหน่วยเป็น MB, GB, TB โดยส่วนมากนั้นเจ้าของ web hosting มักจะแบ่งพื้นทีเหล่านี้ไว้ให้ลูกค้าเช่า โดยค่าเช่านั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ยิ่งขนาดมากราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น

3.)ฐานข้อมูล
ฐานข้อมูลหรือ Databaseนั้น จะถูกติดตั้งมาพร้อมกับ web hosting โดยถ้าเป็น windows web hosting จะใช้ database ของ Windows sql server แต่ถ้าเป็น linux web hosting จะใช้เป็น MySql

4.)ระบบประมวลผลเว็บ (webserver)
webserver คือระบบประมวลผลชุดคำสั่งก่อนที่จะส่งไปยังฝั่งของผู้ใช้งาน โดยถ้าเป็น windows web hosting จะใช้ webserver ของ Microsoft iis แต่ถ้าเป็น linux web hosting จะใช้ของ Apache webserver

ซึ่งโดยสรุปแล้วweb hostingนั้นก็เป็นเสมือนพื้นที่สำหรับจัดเก็บและประมวลผลและส่งข้อมูลไปยังผู้ใช้งานนั่นเอง

ใช้โฮสติ้งฟรีหรือเช่าโฮสติ้งดีกว่ากัน

สวัสดีครับวันนี้ผมก็จะมาพูดถึงคำถามที่พบบ่อยในการเลือกใช้โฮสติ้งนะ ครับ “ใช้โฮสติ้งฟรีหรือเช่าโฮสติ้ง อย่างไหนดีกว่ากัน” คำถามนี้ถือว่าเป็นคำถามยอดฮิตเลยนะครับสำหรับนักสร้างเว็บมือใหม่
ก่อนอื่นครับ เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเว็บโฮสติ้งทั้งสองรูปแบบนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรในด้านการใช้งานครับ

เช่าโฮสติ้งฟรี

เช่าโฮสติ้งฟรี

ความแตกต่างระหว่างการใช้โฮสติ้งฟรีและการเช่าโฮสติ้งใช้เอง
ใช้โฮสติ้งฟรี

1.มันเป็นโฮสติ้งฟรีครับ แน่นอนว่าเรานั้นไม่จำเป็นที่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายใดใดครับ(ไม่เสียตังว่างั้น)
2.มีการจำกัดสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรต่างๆของโฮสติ้งไว้ค่อนข้างมาก เช่นพื้นที่ใช้งานบนโฮส, แบนวิธต่อเดือน, จำนวนฐานข้อมูล, จำนวนโดเมนที่จับคู่ได้ และอายุในการใช้งานของโฮสติ้ง
3.ข้อมูลในโฮสติ้งอาจถูกยกเลิกการใช้งานหรือลบเมื่อไหร่ก็ได้

เช่าโฮสติ้งเอง

1.ต้องจ่ายค่าบริการตามที่เจ้าของโฮสติ้งกำหนด ซึ่งราคาในแต่ละแพคเกจนั้นก็จะไม่เท่ากันตามปริมาณการใช้งาน
2.การจัดกัดสิทธิ์ต่างๆขึ้นอยู่กับแพคเกจที่เลือกซื้อ
3.ข้อมูลในโฮสติ้งจะถูกสำรองไว้โดยเจ้าของโฮสติ้งตามระยะเวลาที่กำหนด
4.มีบริการซัพพอร์ตต่างๆ หลังการขาย เช่น บริการย้ายโฮสติ้ง บริการใช้งาน CMS ฟรีต่างๆ
5.ต้องทำตามวิธีชำระเงินค่าเช่าโฮสของแต่ละเจ้า เช่น โอนเงิน paypal true money เป็นต้น

ใช้โฮสติ้งฟรีหรือช่าโฮสติ้งดีนะ

 

หลายๆคนอาจจะคิดว่าคำถามนี้ตอบได้ง่ายๆว่าการใช้โฮสติ้งที่เช่ามานั้นย่อมดี กว่าแน่นอน แต่แท้ที่จริงแล้วคำตอบนี้อาจไม่ถูกต้องเสมอไปครับ เพราะบ้างครั้งเราต้องการใช้โฮสติ้งนั้นเป็นพื้นที่ในการศึกษาการทำงานของสคริปหรือใช้เป็นกรณีศึกษาประกอบกของนักเรียนนักศึกษา แบบนี้เราก็สามารถเลือกใช้โฮสติ้งฟรีก็ได้ครับ แต่ถ้าหากเป็นเว็บไซต์ที่ต้องการใช้งานอย่างจริงจังแล้วละก็การเลือกใช้โฮสติ้งแบบเช่านั้นยังคงเป็นตัวเลือกต้นๆเสมอครับ อย่างไรก็ตามการพิจารณาเลือกใช้งานเว็บโฮสติ้งนั้นก็ควรพิจารณาให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานของคุณจะดีที่สุดครับ วันนี้ผมขอจบบทความไว้เพียงเท่านี้
สวัสดีครับ

ช่องทางในการติดต่อกับเจ้าของเว็บโฮสติ้งเมื่อมีปัญหา

สวัสดีครับทุกท่าน หลายครั้งนะครับที่ลูกค้าอย่างเราๆท่านประสบปัญหาเว็บโฮสติ้งล่มหรือถูกโจมตีด้่วยการระดมยิง packet ping จำนวนมหาศาลเข้าสู่โฮสติ้งของเราครับ เจ้าของโฮสติ้งหลายเจ้ามักจะมีช่องทางให้ผู้ใช้งานได้ติดต่อเข้ามาหาตนได้เมื่อเกิดปัญหา หนึ่งในช่องทางการประกาศวิธีติดต่อนั้นก็คือการโพสเบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ หรือ Live chat ไว้ที่เว็บของเจ้าของโฮสติ้ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อเว็บของลูกค้ามีปัญหา เว็บของผู้ให้บริการก็มักจะล่มหรือมีปัญหาเช่นกัน ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าเว็บของลูกและเว็บของเจ้าของโฮสติ้งนั้นมีที่ตั้งอยู่บนโฮสเดียวกัน เมื่อโฮสติ้งมีปัญหาหรือเกิดการล่มก็ทำให้เว็บไซต์ทั้งหมดที่อยู่ในโฮสติ้งเหล่านั้นใช้งานไม่ได้ไปด้วยครับ

contact us

contact us

ลูกค้ามักประสบปัญหาว่าเมื่อเว็บไซต์ของตนเองล่มหรือไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ลูกค้าก็จะเข้าไปที่เว็บของเจ้าของโฮสติ้งเพื่อหาช่องทางในการติดต่อกับเจ้าของโฮสติ้งให้เข้าแก้ไขปัญหาให้ตน แต่แล้วลูกค้าก็ไม่สามารถเข้าเว็บของเจ้าของโฮสติ้งได้ เบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของโฮสติ้งนั้นลูกค้าก็ไม่ได้บันทึกเก็บไว้ทำให้เกิดปัญหาว่าไม่สามารถแจ้งให้เจ้าของโฮสเข้าไปแก้ไขได้อย่างทันท่วงที่ สำหรับหนทางในการแก้ไขปัญหานี้ทำได้โดย ให้ลูกค้าบันทึกเบอร์โทรศัพท์รวมถึงช่องทางต่างๆที่สามารถติดต่อกับเจ้าของโฮสติ้งได้

ด้านเจ้าของเว็บโฮสติ้งนั้นอาจแก้ปัญหานี้ได้โดยจัดทำกลุ่มเฉพาะในเว็บสังคมออนไลน์ไว้ติดต่อกับลูกค้า เช่น facebook.com twitter.com หรือ line chat whatsapp เป็นต้น ซึ่งการที่มีช่องทางที่หลากหลายให้ลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าของโฮสติ้ังได้นั้นจะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อเว็บโฮสติ้งเกิดการล่มหรือมีปัญหา และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

สุดท้ายนี้การดูแลและบริการหลังการขายนั้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยต่อการตัดสินใจเลือกเช่าโฮสติ้งจากเจ้าเดิมต่อ จึงอยากให้ผู้ให้บริการได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเปิดช่องทางการติดต่อกับลูกค้าของท่านครับ

วิธีชำระเงินค่าเช่าโฮส

สวัสดีครับบทความนี้ผมก็จะมาพูดถึงเรื่องวิธีการชำระเงินค่าเช่าโฮสติ้งนะครับว่ามีช่องทางใดบ้างที่สะดวกและเป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน โดยหลักๆแล้วช่องทางในการชำระเงินนั้นก็มีดังต่อไปนี้ครับ

1.ชำระเงินผ่านบัตรทรูมันนี่

truemoney

truemoney

โดยวิธีการชำระผ่านบัตรทรูมันนี่นี้เราสามารถทำได้โดยไปซื้อบัตรทรูมันนี่ที่ร้าน 7-11 ใกล้ๆบ้านหลังจากนั้นก็นำรหัสทรูมันนี่ที่ได้มากรอกในเว็บไซต์ของเจ้าของโฮสต์เพื่อชำระเงินค่าเช่าโฮส ซึ่งบัตรทรูมันนี่นี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายราคาตั้งแต่ 50, 90, 300, 500 ไปจนกระทั่ง 1,000 บาท เลยทีเดียว วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สะดวกและได้รับความนิยมเช่นกัน

2.การโอนเงินผ่านธนาคาร

โอนเงินผ่านธนาคาร

โอนเงินผ่านธนาคาร

วิธีโอนเงินผ่านธนาคารนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เหมาะสำหรับคนที่มีบัญชีธนาคารอยู่แล้ว สามารถทำได้โดยโอนเงินจากบัญชีของเราไปยังบัญชีของเจ้าของโฮส แล้วหลังจากนั้นก็ไปแจ้งการโอนเงินค่าเช่าโฮสกับเจ้าของโฮส เทคนิคง่ายๆก็คือเราควรโอนเงินแบบมีเศษสตางค์เช่น 500.12 บาท เป็นต้น เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและการโอนเงินโดยวิธีนี้นั้นเราอาจใช้การฝากเข้าบัญชีของเจ้าของโฮสโดยตรงเลยก็ได้ หรือจะสั่งโอนเงินผ่านบริการธนาคารออนไลน์ก็สะดวกดีเช่นกัน

3.ชำระผ่านPayPal

paypal

paypal

สำหรับการชำระเงินผ่านบัญชีของPaypalนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีบัญชีPaypalอยู่แล้วโดยเราสามารถสั่งจ่ายชำระค่าเช่าโฮสผ่านPaypalได้เลย

ครับก็จบลงไปแล้วนะครับสำหรับช่องทางในการชำระค่าบริการเว็บโฮสติ้งหวังว่าเพื่อนๆคงจะมีความเข้าใจมากขึ้นนะครับ

โฮสไทย Vs. โฮสต่างประเทศ Webhosting

สวัสดีครับในหัวข้อนี้เราก็จะมาพูดถึงเรื่อการเปรียบเทียบwebhostingระหว่างwebhostingของไทยและwebhostingของต่างประเทศกันนะครับ โดยปกติแล้วเมื่อเราต้องการที่จะเช่าโฮสติ้งกับผู้ให้บริการสักเจ้าหนึ่งปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือที่ตั้งของwebhostingครับ

โฮสไทย Vs.โฮสต่างประเทศ

โฮสไทย Vs.โฮสต่างประเทศ

ถ้าหากเว็บไซต์ของเรานั้นมุ่งเน้นให้ผู้ชมภายในประเทศเข้าชม ผมก็แนะนำให้ใช้บริการwebhostingกับผู้ให้บริการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เพราะว่าหากโฮสติ้งของเราตั้งอยู่ในต่างประเทศนั้นจะมีส่วนทำให้ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บใช้เวลามากขึ้น เนื่องจากข้อมูลต้องเดินทางไกลผ่านหลายhopหลายgatewayกว่าจะมาถึงผู้ใช้งาน แต่ในทางกลับกันนั้นwebhostingที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยจะให้ความเร็วที่สูงกว่าwebhostingที่ตั้งอยู่ต่างประเทศและยิ่งเว็บโฮสติ้งนั้นเชื่อมต่ออยู่กับอินเตอร์เน็ตสายหลักอย่าง CAT telecom หรือ TOT ก็จะทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถดาวน์โหลดได้ไวยิ่งขึ้นในความรู้สึกของผู้ใช้งานในประเทศ

แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้นหากกลุ่มผู้ใช้งานของเราเป็นชาวต่างชาติ webhosting ที่เราควรเลือกใช้บริการนั้นก็ควรที่จะเป็น webhosting ของประเทศนั้นจะดีกว่าที่จะเลือกใช้webhostingจากไทย เพราะด้วยเหตุผลเดียวกันเรื่องที่ตั้งนั้นส่งผลต่อความเร็วในการใช้งานเว็บไซต์นั่นเอง

อย่างไรก็ตามในการเลือกเช่า webhosting นั้นไม่ได้มีหลักการที่ตายตัวเพราะเราอาจเช่าโฮสต่างประเทศที่มีความเร็วสูง และใช้เวลาในการเรียกเพจขึ้นมาแสดงอยู่ในระดับที่พอรับได้แทนการเช่าโฮสติ้งหลายๆเจ้าทั้งไทยและต่างประเทศพร้อมๆกันก็ได้ สุดท้ายนี้จุดประสงค์หลักของการเลือกที่ตั้งของwebhostingนั้นอยู่ที่ความเร็วในการเข้าใช้เป็นหลัก คุณอาจเลือกใช้บริการ webhosting เจ้าใดก็ได้ที่คุณพึงพอใจ

 

wordpress คืออะไร

สวัสดีครับสำหรับหลายๆคนที่เพิ่งเริ่มหัดเขียนเว็บหรือเริ่มหัดเขียนบล็อกก็คงจะเคยได้ยินชื่อของ wordpress มาบ้างนะครับ และบทความนี้ผมก็จะแนะนำให้เพื่อนๆรู้จักกันว่า wordpress นั้นคืออะไร มีหลักการใช้งานอย่างไรบ้างนะครับ

wordpress logo

wordpress logo

WordPress นั้นเป็นหนึ่งใน CMS(ระบบบริหารและจัดเก็บเนื้อหา)ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยภาษา PHP โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ การติดตั้งที่ง่าย(หรือแค่สมัครใช้งานกรณีใช้wordpress.com) เมนูการใช้งานถูกจัดมาอย่างเป็นระเบียบ มีส่วนเสริมหรือปลั๊กอินหลากหลายให้เลือกใช้งาน การเปลี่ยนรูปแบบเว็บไซต์(Theme)ทำได้ง่าย รูปแบบของเว็บที่ออกมานั้นหน้าตาก็จะดูเรียบง่ายในรูปแบบบล็อก(Blog)

โดยหลักๆแล้วเราสามารถแบ่งรูปแบบการใช้งานของ wordpress ออกเป็น 2 แบบใหญ่ได้ดังนี้

1.เปิดใช้งาน wordpress กับเว็บ wordpress.com
โดยวิธีนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องเช่าโฮสหรือจดโดเมนเนมให้ยุ่งยาก เพียงแค่เราสมัครลงทะเบียนกับ wordpress ก็สามารถเปิดใช้งานได้เลย เมื่อสมัครแล้วเราจะได้ URL ในรูปแบบของซับโดเมนของ wordpress เช่น yoursitename.wordpress.com

2.ดาวน์โหลดสคริปwordpressมาติดตั้งในโฮสติ้งของเราเอง
วิธีนี้ทำได้โดยดาวน์โหลดสคริป wordpress ที่เว็บไซต์ wordpress.org จากนั้นเราก็นำไปติดตั้งในโฮสติ้งของเราเอง ข้อดีในการใช้วิธีนี้คือ เราสามารถปรับแต่งรูปร่างหน้าตาของTheme และลงปลั๊กอินเองได้อย่างอิสระ เราสสามารถนำไปใช้กับโดเมนหรือซับโดเมนของเราได้เอง เช่น www.yourdomain.com

WordPress สามารถจัดบทความที่เราเขียนขึ้นออกเป็นหมวดหมู่ และรองรับการสมัครสมาชิกเพื่อใช้ในกรณีที่มีสมาชิกต้องการรับข่าวสาร หรือรองรับการเขียนบล็อกจากหลายUserพร้อมกัน หากเพื่อนๆอยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเอาไว้เขียนไดอารี่ เรื่องราวต่างๆ แต่ไม่ถนัดที่จะเขียนเว็บขึ้นใช้เอง ผมก็แนะนำเป็นอย่างยิ่งให้เพื่อนๆใช้งาน wordpress ดูครับ สำหรับบทความนี้ผมคงต้องจบไว้แต่เพียงเท่านี้สวัสดีครับ

 

 

จดโดเมน

สวัสดีครับสำหรับบทความนี้ผมก็จะมาพูดถึงเรื่องการจดโดเมนเนมนะครับ ก่อนอื่นผมก็ขอแนะนำให้รู้จักก่อนว่า domain name คืออะไร เพื่ิอนๆหลายคนอาจยังไม่รู้นะครับว่าชื่อเว็บไซต์ต่างๆที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นแท้จริงแล้วเมื่อเรารียกใช้ชื่อโดเมนเนม ระบบโดเมนเนมนั้นก็จะนำชื่อโดเมนไปแปลงเป็นหมายเลขIp adress อีกทีนึงข้อดีก็คือมันทำให้เราไม่ต้องคอยจำครับว่าเว็บไหน IP adress อะไรจำแค่ชื่อเว็บไซต์ให้ได้ก็พอครับ ซึ่งเทคนิคในการตั้งชื่อเว็บของแต่ละเว็บนั้นก็จะไม่เหมือนกันครับ บางเว็บก็เน้นให้ชื่อเว็บจำได้ง่าย หรือบางเว็บก็เน้นให้ชื่อเว็บอ่านแล้วสามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร เป็นต้นครับ

จดโดเมน

จดโดเมน

สำหรับการจดโดเมนนั้นก็มีผู้ให้บริการจดโดนเมนทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้วแต่ว่าเพื่อนๆอยากจะจดกับเจ้าไหนครับ ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะมีโปรโมชั่นหรือส่วนลดที่แตกต่างกันออกไปเพื่อดึงดูดลูกค้า นามสกุลของโดเมนที่เรามักจะพบบ่อยๆก็ได้แก่ .com .net .org .info ครับ นอกจากนี้ยังมีโดเมนที่เป็นของไทยก็ได้แก่ นามสกุล .co.th  .in.th เป็นต้นครับ ซึ่งหากเราต้องการจดโดเมนภายในประเทศก็จำเป็นที่จะต้องส่งหลักฐานการ สำเนาบัตรประชาชน และกรอกรายละเอียดส่วนตัวให้กับผู้ขายโดเมนครับ ส่วน .com .net .org .info นั้นไม่จำเป็นต้องส่งเอกสารใดๆครับ

ก็จบลงแล้วนะครับสำหรับการแนะว่าโดเมนคืออะไร หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ สวัสดีครับ