ใช้โฮสติ้งฟรีหรือเช่าโฮสติ้งดีกว่ากัน

สวัสดีครับวันนี้ผมก็จะมาพูดถึงคำถามที่พบบ่อยในการเลือกใช้โฮสติ้งนะ ครับ “ใช้โฮสติ้งฟรีหรือเช่าโฮสติ้ง อย่างไหนดีกว่ากัน” คำถามนี้ถือว่าเป็นคำถามยอดฮิตเลยนะครับสำหรับนักสร้างเว็บมือใหม่
ก่อนอื่นครับ เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเว็บโฮสติ้งทั้งสองรูปแบบนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรในด้านการใช้งานครับ

เช่าโฮสติ้งฟรี

เช่าโฮสติ้งฟรี

ความแตกต่างระหว่างการใช้โฮสติ้งฟรีและการเช่าโฮสติ้งใช้เอง
ใช้โฮสติ้งฟรี

1.มันเป็นโฮสติ้งฟรีครับ แน่นอนว่าเรานั้นไม่จำเป็นที่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายใดใดครับ(ไม่เสียตังว่างั้น)
2.มีการจำกัดสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรต่างๆของโฮสติ้งไว้ค่อนข้างมาก เช่นพื้นที่ใช้งานบนโฮส, แบนวิธต่อเดือน, จำนวนฐานข้อมูล, จำนวนโดเมนที่จับคู่ได้ และอายุในการใช้งานของโฮสติ้ง
3.ข้อมูลในโฮสติ้งอาจถูกยกเลิกการใช้งานหรือลบเมื่อไหร่ก็ได้

เช่าโฮสติ้งเอง

1.ต้องจ่ายค่าบริการตามที่เจ้าของโฮสติ้งกำหนด ซึ่งราคาในแต่ละแพคเกจนั้นก็จะไม่เท่ากันตามปริมาณการใช้งาน
2.การจัดกัดสิทธิ์ต่างๆขึ้นอยู่กับแพคเกจที่เลือกซื้อ
3.ข้อมูลในโฮสติ้งจะถูกสำรองไว้โดยเจ้าของโฮสติ้งตามระยะเวลาที่กำหนด
4.มีบริการซัพพอร์ตต่างๆ หลังการขาย เช่น บริการย้ายโฮสติ้ง บริการใช้งาน CMS ฟรีต่างๆ
5.ต้องทำตามวิธีชำระเงินค่าเช่าโฮสของแต่ละเจ้า เช่น โอนเงิน paypal true money เป็นต้น

ใช้โฮสติ้งฟรีหรือช่าโฮสติ้งดีนะ

 

หลายๆคนอาจจะคิดว่าคำถามนี้ตอบได้ง่ายๆว่าการใช้โฮสติ้งที่เช่ามานั้นย่อมดี กว่าแน่นอน แต่แท้ที่จริงแล้วคำตอบนี้อาจไม่ถูกต้องเสมอไปครับ เพราะบ้างครั้งเราต้องการใช้โฮสติ้งนั้นเป็นพื้นที่ในการศึกษาการทำงานของสคริปหรือใช้เป็นกรณีศึกษาประกอบกของนักเรียนนักศึกษา แบบนี้เราก็สามารถเลือกใช้โฮสติ้งฟรีก็ได้ครับ แต่ถ้าหากเป็นเว็บไซต์ที่ต้องการใช้งานอย่างจริงจังแล้วละก็การเลือกใช้โฮสติ้งแบบเช่านั้นยังคงเป็นตัวเลือกต้นๆเสมอครับ อย่างไรก็ตามการพิจารณาเลือกใช้งานเว็บโฮสติ้งนั้นก็ควรพิจารณาให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานของคุณจะดีที่สุดครับ วันนี้ผมขอจบบทความไว้เพียงเท่านี้
สวัสดีครับ

ช่องทางในการติดต่อกับเจ้าของเว็บโฮสติ้งเมื่อมีปัญหา

สวัสดีครับทุกท่าน หลายครั้งนะครับที่ลูกค้าอย่างเราๆท่านประสบปัญหาเว็บโฮสติ้งล่มหรือถูกโจมตีด้่วยการระดมยิง packet ping จำนวนมหาศาลเข้าสู่โฮสติ้งของเราครับ เจ้าของโฮสติ้งหลายเจ้ามักจะมีช่องทางให้ผู้ใช้งานได้ติดต่อเข้ามาหาตนได้เมื่อเกิดปัญหา หนึ่งในช่องทางการประกาศวิธีติดต่อนั้นก็คือการโพสเบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ หรือ Live chat ไว้ที่เว็บของเจ้าของโฮสติ้ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อเว็บของลูกค้ามีปัญหา เว็บของผู้ให้บริการก็มักจะล่มหรือมีปัญหาเช่นกัน ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าเว็บของลูกและเว็บของเจ้าของโฮสติ้งนั้นมีที่ตั้งอยู่บนโฮสเดียวกัน เมื่อโฮสติ้งมีปัญหาหรือเกิดการล่มก็ทำให้เว็บไซต์ทั้งหมดที่อยู่ในโฮสติ้งเหล่านั้นใช้งานไม่ได้ไปด้วยครับ

contact us

contact us

ลูกค้ามักประสบปัญหาว่าเมื่อเว็บไซต์ของตนเองล่มหรือไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ลูกค้าก็จะเข้าไปที่เว็บของเจ้าของโฮสติ้งเพื่อหาช่องทางในการติดต่อกับเจ้าของโฮสติ้งให้เข้าแก้ไขปัญหาให้ตน แต่แล้วลูกค้าก็ไม่สามารถเข้าเว็บของเจ้าของโฮสติ้งได้ เบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของโฮสติ้งนั้นลูกค้าก็ไม่ได้บันทึกเก็บไว้ทำให้เกิดปัญหาว่าไม่สามารถแจ้งให้เจ้าของโฮสเข้าไปแก้ไขได้อย่างทันท่วงที่ สำหรับหนทางในการแก้ไขปัญหานี้ทำได้โดย ให้ลูกค้าบันทึกเบอร์โทรศัพท์รวมถึงช่องทางต่างๆที่สามารถติดต่อกับเจ้าของโฮสติ้งได้

ด้านเจ้าของเว็บโฮสติ้งนั้นอาจแก้ปัญหานี้ได้โดยจัดทำกลุ่มเฉพาะในเว็บสังคมออนไลน์ไว้ติดต่อกับลูกค้า เช่น facebook.com twitter.com หรือ line chat whatsapp เป็นต้น ซึ่งการที่มีช่องทางที่หลากหลายให้ลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าของโฮสติ้ังได้นั้นจะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อเว็บโฮสติ้งเกิดการล่มหรือมีปัญหา และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

สุดท้ายนี้การดูแลและบริการหลังการขายนั้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยต่อการตัดสินใจเลือกเช่าโฮสติ้งจากเจ้าเดิมต่อ จึงอยากให้ผู้ให้บริการได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเปิดช่องทางการติดต่อกับลูกค้าของท่านครับ